กระแสจลาจลบุกอาร์เมเนีย

ชาวอาร์เมเนียนับหมื่นประท้วงเรียกร้องให้มีการจัดการเลือกตั้ง
 
ประชาชนชาวอาร์เมเนียราวกว่า 1 หมื่น รวมตัวเดินประท้วงทั่วเมืองเยเรวาน เมืองหลวงของประเทศเมื่อวันอังคารที่ 1 มี.ค. ที่ผ่านมา เพื่อกดดันผู้นำลาออกจากตำแหน่ง และเรียกร้องให้ทางรัฐบาลประกาศจัดการการเลือกตั้งภายในประเทศ

รายงานระบุว่า การประท้วงดังกล่าวเกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 2 สัปดาห์ และระบุว่าเป็น “การเตือนครั้งสุดท้าย” ให้ประธานาธิบดีเซร์ช ซาร์กสยาน ผู้นำประเทศทำตามความต้องการของประชาชน ด้วยการปล่อยตัวฝ่ายค้านที่ถูกจำคุก และเริ่มต้นการเจรจากับสภาคองเกรสเพื่อจัดการเลือกตั้งในเร็วขึ้น ซึ่งตามกำหนดแล้วการเลือกตั้งรัฐสภาจะมีขึ้นในปี 2012 ขณะที่การเลือกตั้งประธานาธิบดีจะมีขึ้นในปี 2013 
 
นอกจากนี้ กลุ่มผู้ประท้วงยังได้ร่วมรำลึกถึงเหยื่อผู้เสียชีวิตจากการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจากเหตุการณ์นับตั้งแต่เมื่อปี 2008 ด้วย โดยผู้ประท้วงเดินถือภาพของเหยื่อที่เสียชีวิตทั้ง 10 คน ซึ่งรวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย พร้อมตะโกนคำว่า “เอกภาพ” และ”สู้จนตัวตาย”

กลุ่มต่อต้านรัฐบาลระบุว่า จะมีการรวมตัวครั้งใหญ่ร่วมกันอีกครั้งในวันที่ 17 มี.ค. ถ้ารัฐบาลไม่ปฏิบัติตามความต้องการ

ทั้งนี้ การประท้วงในอาร์เมเนียเกิดขึ้นท่ามกลางความวุ่นวายที่กำลังปะทุขึ้นในเยเมน อิหร่าน และโอมานด้วย

Advertisements

กัดดาฟีกร้าวสั่งทหารพร้อมรบ

กัดดาฟีกร้าวสั่งทหารพร้อมรบ

  • 01 มีนาคม 2554 เวลา 20:09 น. |

กัดดาฟีสั่งเคลื่อนกำลังทหารติดอาวุธพร้อมรบเข้าประชิดชายแดนฝั่งตะวันตก หลังสหรัฐเคลื่อนกองกำลังพร้อมเรือรบ-เครื่องบินเข้าใกล้ลิเบีย

เมื่อวันที่ 1 มี.ค. พล.อ.โมอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำลิเบีย ได้สั่งให้มีการเคลื่อนกำลังทหารเข้าประชิดชายแดนของลิเบียด้านตะวันตก ซึ่งติดกับประเทศตูนีเซีย หลังจากที่หลังจากที่กองทัพสหรัฐได้เคลื่อนกำลังพล พร้อมทั้งเรือรบ และเครื่องบินเข้าใกล้เขตชายแดนของประเทศลิเบีย ท่ามกลางกระแสหวาดวิตกของหลายฝ่ายที่เกรงว่าการประท้วงจะบานปลายกลายเป็นเหตุนองเลือดที่รุนแรงที่สุดในโลกอาหรับ
 
ผู้สื่อข่าวต่างชาติในพรมแดนตูนิเซียรายงานว่า มีความเคลื่อนไหวของกองกำลังทหารลิเบียที่ติดอาวุธปืนกลและไรเฟิลพร้อมรบทุกนายบริเวณเมืองดาฮิบา เมืองชายแดนของประเทศ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ 2-3 วันในพื้นที่ดังกล่าวยังคงเงียบสงบ ไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ

ด้านบรรดานักวิเคราะห์ทั่วโลกต่างประเมินว่า กัดดาฟี ไม่น่าจะมีอำนาจเพียงพอที่จะคุมทหารไว้ในกำมือได้ โดยทางออกที่ดีที่สุดในขณะนี้คือการยอมลาออกจากตำแหน่ง

กัดดาฟีลั่นยังเป็นที่นิยม-ระบุคนประท้วงไม่ใช่ชาวลิเบีย

กัดดาฟีลั่นยังเป็นที่นิยม-ระบุคนประท้วงไม่ใช่ชาวลิเบีย

  • 01 มีนาคม 2554 เวลา 11:09 น. | 

 

กัดดาฟี ผู้นำลิเบีย ให้สัมภาษณ์สื่อต่างชาติ โวประชาชนยังให้ความนิยม เชื่อคนที่ออกมาประท้วงไม่ใช่คนลิเบีย ขณะที่สหรัฐสั่งอายัดทรัพย์ผู้นำลิเบีย 9 แสนล้านบาท

กัดดาฟี

บีบีซี และเอบีซี เผยแพร่ภาพและคำพูดของพลเอกโมอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำลิเบียเมื่อเช้าวันอังคารที่ 1 มี.ค. (ตามเวลาในประเทศไทย) โดยผู้นำลิเบียย้ำชัดเจนว่าประชาชนชาวลิเบียทุกคนยังรักและศรัทธาในตัวผู้นำ ตลอดจนพร้อมที่จะหลั่งเลือดทุกหยดเพื่อปกป้องกัดดาฟีไว้

“ไม่มีการชุมนุมประท้วงใดๆ ทั้งสิ้น เกิดขึ้นในถนนเมืองทรีโปลี” กัดดาฟีกล่าว พร้อมย้อนถามนักข่าวบีบีซีที่ทำหน้าที่สัมภาษณ์ว่า ได้พบเห็นการประท้วงที่ไหน อย่างไร

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อนักข่าวย้ำว่า ยังมีประชาชนที่ยังออกมาต่อต้านผู้นำอยู่มาก โมอัมมาร์ กัดดาฟีสวนขึ้นทันทีว่า คนทั้งหมดที่เห็นคือ อัลไกด้า ไม่ใช่ชาวลิเบียแน่นอน

ด้าน เว็บไซต์ หนังสือพิมพ์เดอะ การ์เดี้ยน รายงานว่า ประธานาธิบดี บารัค โอบาม่า ของสหรัฐ สั่งให้กระทรวงการคลัง อายัดทรัพย์มูลค่า 3 หมื่นล้านดอลล่าร์ หรือราว 9 แสนล้านบาท ของ กัดดาฟี รวมถึงคนใกล้ชิดของเขา โดยการเตรียมอายัดทรัพย์ ได้เริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์ และนับเป็นมูลค่ามหาศาลที่สุดที่เคยเกิดขึ้นในสหรัฐ โดยเชื่อว่า รัฐบาลลิเบียและบรรดาผู้นำจะมีเงินฝากอยู่ในบัญชีธนาคารต่างประเทศ คนละหลายพันล้านดอลล่าร์ โดยเป็นเงินที่ยักยอกมาจากการขายน้ำมัน

สหรัฐเชื่อว่า ยังมีทรัพย์สินของรัฐบาลลิเบียในยุโรป และอยู่ภายใต้การควบคุมของพันเอกกัดดาฟี่ และลูก ๆ ของเขา ซึ่งอังกฤษ สหภาพยุโรป หรือ อียู และสหประชาชาติ ต่างอายัดทรัพย์พันเอกกัดดาฟี่และพรรคพวก ในช่วงที่ประชาคมนานาชาติเคลื่อนไหวกดดันมากขึ้นเรื่อย ๆ

ขณะที่ วานนี้ (28ก.พ.)  อังกฤษได้อายัดทรัพย์พันเอกกัดดฟี่ กับลูกสาวและลูกชาย 4 คน รวมทั้งคฤหาสน์มูลค่า 10 ล้านปอนด์ ในแฮมสตีด ของนายซาอิฟ อัล อิสลาม กัดดาฟี่ ลูกชายคนที่ 2 ด้วย